หลังการไต่สวนนาน 2 วัน กับคดีการแก้ไขกฏหมายมาตรา 291 ว่าผิดต่อกฏหมายมาตรา 68 หรือไม่ ผมว่ามันเป็นอะไรที่ฟังสนุกและได้ความรู้มากๆครับ เสียดายที่เพราะภาระกิจส่วนตัวทำให้ผมไม่สามารถฟังได้อย่างต่อเนื่อง จึงอาศัยจากการฟังเองผ่านวิทยุบ้าง ฟังข่าวตามหลังบ้าง เอาอย่างนี้ก่อนครับ ผมขอชี้แจงก่อนว่าจริงๆเรื่องนี้มีมานานแล้วครับ แต่ในช่วงแรกนั้นผมคิดภาระกิจมากมายทั้งงานราษฎร์งานหลวง เต็มไปหมด ซึ่งจะมีเพียงคนสนิทของผมเพียงไม่กี่คนที่รู้เรื่องทั้งหมด จึงไม่ได้ update เรื่องนี้สักที ยังนึกเสียดายอยู่เสมอครับ แต่วันนี้ผมได้มีโอกาศกลับมาเขียนเรื่องนี้ ผมจึงอยากสรุปตั้งแต่เริ่มเรื่องจนถึงปัจจุบันดีกว่าครับ เอาแบบเข้าใจง่ายๆ เพราะถ้าการเขียนแบบเล่าข่าว หรือวิเคราะห์แบบอื่นๆคงมีคนเขียนไปเยอะแล้ว
เรื่องของเรื่องคือรัฐบาลปูแดงยิ่งลักษณ์นี้ เข้ามาเป็นรัฐบาลโดยมีเป้าหมายหลักคือการช่วยเหลืออดีตนายกปัจจุบันนักโทษหนีอาญาที่ชื่อทักษิณ(ไอ้แม้ว)ให้กลับประเทศได้แบบใสสะอาด ไม่มีความผิดและไม่ต้องรับโทษใดๆทั้งสิ้น หรือที่เรียกว่า “กลับแบบเท่ห์ๆ” เช่นหลังได้รับการยืนยันว่าชนะเลือกตั้ง รมต.ต่างประเทศก็ทำเรื่องช่วยทักษิณ ก่อนจะปฏิญาณตนด้วยซ้ำ หรือที่ผ่านมาไม่ว่าประเทศชาติจะมีเรื่องราวใดๆ ก็แทบจะไม่แยแสใส่ใจครับ ดูอย่างช่วงน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา กว่าคุณเธอกับคณะรัฐมนตรีของเธอ(จริงๆของพี่ชายมันนั่นแหละ) จะย้ายก้นมาดูแลประชาชนที่เดือดร้อนก็เอาแต่ทำเรื่องช่วยพี่ชายจนคนด่ากันขรม หรือแม้กระทั่งเรื่อง NASA ที่ดองไว้จนจะมัดมือชกคนไทยที่รักชาติและอธิปไตยของชาติ ยังดีที่มีพระสยามเทวาธิราชที่คอยปกปักษ์บ้านนี้เมืองนี้ไว้เสมอมา แต่การช่วยทักษิณถือนั้นเป็นภาระกิจหลัก จึงได้มี Event ต่างๆออกมาเสมอๆ และตอนนี้คือการเล่นเกมแบบควบคู่ ส่วนหนึ่งคือ พรบ.ปรองดอง และอีกส่วนคือการแก้ไข กฏหมายรัฐธรรมนูญแบบยกเครื่องใหม่ครับ และอาจแฝงด้วยการแนบชื่อทักษิณในการขออภัยโทษด้วย (ห้ามลืมนะครับ)
ในวันนี้ผมบอกแล้วว่าอยากจะนำเสนอในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพยายามแก้ไขกฏหมายรัฐธรรมนูญแบบย่อๆ และเข้าใจง่ายๆ คือ ประเทศไทยของเราใช้กฏหมายรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับครับ และเมื่อมีคำว่าหลายฉบับนั่นแปลว่ามีการฉีกทิ้งและเขียนใหม่หลายครั้ง ต่างกรรม ต่างวาระ ต่างเหตุผลกันครับ แต่ที่น่าสนใจคือในทุกครั้งที่เขียนรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ผู้ร่างจะมีผลประโยชน์มากกว่าประชาชนทั่วไปอย่างเราๆเสมอๆครับ และตอนนี้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 กำลังจะถูกแก้ไขแบบทำลายทิ้งแล้วเขียนใหม่เลยก็ว่าได้ครับ สาเหตุมันง่ายนิดเดียวครับ คือฉบับเก่า 2540 ที่ทักษิณและพรรคพวกของมัน รักนักรักหนา รวมไปถึงควายเสื้อแดงที่ถูกหลอกให้รักไปด้วยนั้น จริงๆมันเขียนไว้อยากสวยหรูครับ ถ้าเทียบกับรถสปอร์ดก็ว่าได้ แต่มันใช้จริงไม่ได้ เพราะมันให้อำนาจกับนายกและรัฐบาลมากเกินไปโดยอ้างคำว่า”ต้องมีเสถียรภาพ” ในทางอุดมคติแล้วถือว่าดีครับแต่เราต้องการนักการเมืองที่มีคุณธรรมและรักชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง แต่ในความเป็นจริงนักการเมืองไทยมันชั่วช้าสามาณย์ รัฐธรรมนูญนี้จึงรังแต่ถึงชาติให้ฉิบหายล่มจมไปเรื่อยๆ ความหละหลวม ประกอบกับให้สิทธิ์ต่างๆกับคนที่เป็นรัฐบาลแบบสุดกู่เลยครับ ซึ่งเมื่อใช้งานจริงนักการเมืองชั่วๆในสมัยนั้น(ไอ้แม้วและพรรคพวก)ก็แก้ไขกฏหมายต่างๆนาๆจนอำนาจล้นฟ้า แก้ไขเพื่อให้พรรคพวกของตนได้รับประโยชน์สารพัดครับ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ชี้ไม่บอกนอกยังได้เลย และเมื่อการปฏิวัติ คมชเลยฉีกฉบับ 2540 ทิ้งและเขียนใหม่ จริงๆก็เอาของเดิมมานั่นแหละครับ แล้วเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยให้ประเทศชาติเข้าไป เช่น
- ถ้านักการเมืองทุจริตการเลือกตั้งในแล้วพบว่ามีหลักฐานพอเชื่อได้ว่าหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคมีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละละเลยไม่ยับยั้ง ฉบับ2550 โดนยุบพรรคครับ และโดนตัดสิทธิ์อีก 5 ปี ที่ทำให้พรรคไทยรักไทยของไอ้แม้ว และพรรคพลังประชาชนของไอ้แม้วตัวเดิมโดนไป 2 รอบนั่นแหละครับ แต่ของเดิมคือใครผิดก็รับไปคนเดียวครับ เช่น นาย. ก. ซื้อเสียงที่เชียงใหม่ มันก็โดนคนเดียวครับ
- ตนที่จะมาเป็น ส.ว. ห้ามเป็นครอบครัวเดียวกันกับ ส.ส. และต้องไม่เป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือ ส.ส.หรือรัฐมนตรี หรือพ้นมาแล้วไม่ถึง 5 ปี ซึ่งของเดิมไม่มีบทนี้
- จะทำ project อะไรต้องรับฟังเสียงของประชาชนก่อน ของเดิมไม่ต้องไปฟังครับ รมต.อยากทำอะไรทำไปเลย
- และอื่นๆ
เมื่อมีกฏหมายมาขัดคอแบบนี้ รมต.จะทำชั่วๆ ส.ส.จะทำตัวเลวๆก็ลำบากขึ้น กล่าวคือ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ทำให้ ฉบับปี 2540 พอจะใช้งานจริงได้มากขึ้นเล็กน้อยครับ งานนี้จึงทำให้ส.ส.แดงทำงานรับใช้นายใหญ่ทักษิณได้ลำบากขึ้นครับ
ส่วนที่ผมบอกว่าคนเสื้อแดงถูกหลอกให้พยายามทำลายฉบับปี 2550นั้นเพราะจริงๆแล้ว ฉบับปี 2550 ให้สิทธิ์กับประชาชนมากกว่า ได้รับการคุ้มครองมากกว่า ซึ่งประชาชนไม่ว่าจะเป็นผม เป็นใครก็ตามก็ได้รับผลดีทั้งนั้นครับ แต่ในเมื่อมันขัดขวางความชั่วของรมต.และส.ส. ทักษิณก็ย่อมไม่ชอบใจเป็นธรรมดา และก็หลอกคนเสื้อแดงว่ากฏหมายนี้เป็นผลไม้พิษ จากต้นไม้ที่เป็นพิษเพราะคือมาจากรัฐประหาร
ลองคิดกันดูเล่นๆนะครับว่า ถ้าเกิดรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ให้ผลดีกับทักษิณ วลี”ผลไม้พิษ”ก็จะไม่เกิดเลยจริงๆ ดูอย่างสัมปทานดาวเทียมที่ไอ้แม้วได้จากคณะรัฐประหารในสมัยก่อนสิครับ ไม่เห็นมันพูดถึงสักแอะว่ารัฐประหารคือสิ่งชั่วร้าย แต่ครั้งนี้มันเสียผลประโยชน์ด้วย และต้องรับโทษด้วยมันก็ไม่ยอมสิครับ
การแก้ไขที่ทักษิณต้องการ คือการล้างไอ้สิ่งกีดขวางทั้งหมด และทำให้คนผิดทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นพรรคพวกของมันเองนั้นพ้นผิด รวมไปถึงการเผาบ้านเผาเมือง การโกงชาติ การขายสมบัติชาติ พรรคที่ถูกยุบไปก็กลายเห็นไม่ถูกยุบ คดีไหนที่ทำให้พวกมันต้องรับโทษก็จะกลายเป็นไม่ต้องรับ(คืนเงินไอ้แม้วด้วย) และแน่นอนฟอกผิดให้ไอ้แม้ว ฯลฯ ดังนั้นการพยายามแก้กฏหมายนี้จึงเป็นจุดมุ่งหมายหลักของรัฐบาลปูเลยครับ สำคัญกว่าการบริหารจัดการน้ำที่มีท่าจะท่วมประเทศไทยอีกครั้งเสียอีก
ที่น่าเจ็บใจกว่านั้นคือไอ้สนธิ(บัง)ผู้ทำการรัฐประหารทักษิณ ขอไม่เอ่ยยศทางการทหาร เพราะเขาได้ทิ้งความเป็นชายชาติทหารไปแล้ว ก็ไปร่วมสังคกรรมช่วยเหลือทักษิณกับเขาด้วย ทั้งๆที่เหตุผลที่ทำการรัฐประหารก็แจ้งถึงความผิดของทักษิณอย่างชัดเจน แต่เงินมันไม่เข้าใครออกใครจริงไหมครับ? กระหรี่ยังขายตัวเพื่อเงินได้เลยทำไมทหารแก่ๆคนหนึ่งจะทำไม่ได้เล่า?
แต่ในการที่จะที่แก้ไข้กฏหมายรัฐธรรมนูญปี 2550 แล้วทำลายทิ้งได้นั้นพวกเขาจำเป็นต้องแก้ไข กฏหมายรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 291 เสียก่อนเพื่อจะได้เอาคนของตัวเองมาใช้เป็น สสร.(สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ) ซึ่งจะทำให้พวกเขาสามารถร่างกฏหมายให้เป็นไปตามที่ตนต้องการได้อย่างสะดวก เพราะการแก้กฏหมายในรัฐสภานั้นต้องแก้ทีละมาตรา ทั้งใช้เวลานานและยังต้องเสี่ยงต่อการโดนโจมตีตลอดเวลาครับ เพราะอย่าลืมว่าการแก้ไขกฏหมายนี้ทำเพื่อทักษิณ ไม่ใช่ทำเพื่อประเทศชาติ การใช้สสร.จึงเป้นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะสอดแทรกฏหมายล้างผิดเข้าไป ประกอบกับการลดพระราชอำนาจของพระมหากษัตรย์ของไทยซึ่งเป็นสิ่งที่เราก็รู้กันมาเสมอว่าพวกคนเสื้อแดง ส.ส.แดงเขาคิดอน่างไรกับในหลวง
ในขั้นแรกผมอยากให้มองกลุ่มต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ออกเป็นกลุ่มๆ 3 กลุ่มก่อนครับ
กลุ่มแรกคือกลุ่มเพื่อทักษิณ โดยกลุ่มนี้ก็จะเป็นกลุ่มของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล รวมไปถึงคนเสื้อแดง ซึ่งล้วนจะได้ประโยชน์จากการแก้ไขดังกล่าว กลุ่มนี้ผมจะนับรวมไปถึงคนที่ตำแหน่งต่างๆเช่นอัยการ สื่อมวลชนหางแดงอย่างมติชน หรือ สื่อที่มีที่มาจากพวกมันเช่น Asia Update หรือ Voice TV ด้วย
กลุ่มที่สองคือกลุ่มทักษิณ โดยหลักๆคือกลุ่มพันธมิตร และฝ่ายค้าน ซึ่งไม่ยอมให้แก้ไขเพราะได้รู้ได้เห็นความฉิบหายที่จะเกิดขึ้นถ้าการแก้ไขนี้สามารถกระทำได้สำเร็จ ปัญหาคือเสียงในสภาฝ่ายคานมีน้อยกว่า Vote ทีไรก็แพ้ ไม่ว่าเรื่องจะสร้างความฉิบหายให้กับชาติบ้านเมืองอย่างไรก็ตาม ซึ่งผมหมายรวมถึงอีกหลายๆคนที่ไม่ได้สังกัด หรือประกาศตัวว่าคือกลุ่มใดๆ แต่ต่อต้านการกระทำการอันไม่ควรของฝ่ายแดงอีกด้วย ซึ่งกลุ่มพันธมิตรเองก็มีสื่อของตนคือ ASTV และของฝั่งประชาธิปัตย์เองก็มี Blue Sky และ สายล่อฟ้า เป็นสื่อเช่นกัน
กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มไม่เอาใคร ไม่เอาชาติไม่เอาบ้านไม่เอาเมือง ไม่สนใจ กลุ่มนี้ผมแนะนำว่าให้ช่างหัวมันครับ เหมือนที่ทำมาตลอดเราจะไปคาดหวังอะไรกับคนที่รักชาติเพียงลมปากจริงไหมครับ ครั้งหนึ่งคนในกลุ่มนี้เคยตำหนิผมครับว่า “เจี่ยะ-ป้า-บ่อ-สื่อ” เป็นภาษาจีนแต้จิ๋วครับ แปลเป็นภาษาไทยว่า “กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำ(หรือไงวะ)” ผมจึงแนะนำว่าให้ช่างมันเพราะคนพวกนี้มันก็เท่านั้นแหละครับ ถ้าทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองคือการไม่มีอะไรทำ ก็ช่างหัวเขาแล้วกันครับ แต่ที่น่าเกลียดกว่านั้นคือมักทำเป็นรู้มาก รู้ทุกเรื่องนี่สิครับ
แต่ก่อนจะออกทะเลไปมากกว่านี้….
ผมขอเล่าถึงยุทธศาสตร์ เรื่องราวและวิเคราะห์เหตุการณ์นะครับ
ยุทธศาสตร์กลุ่มเพื่อทักษิณ โดยหลักคือ คือแยกกันเดินแล้วรุมตีครับ อธิบายง่ายๆ การสร้างมวลชนครับ ตาม style คนเสื้อแดงที่จำเป็นต้องสร้างมวลชนจำนวนมากเป็นฐานของตัว ใช้วิธีการแบบไม่เลือกเพื่อใช้เดินเกมนอกสภาตั้งแต่การขู่ทำร้าย การเผาบ้านเผาเมือง การถล่มฝั่งตรงข้ามด้วยวิธีการต่างๆ มีการกระจายเป้นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยมากมาย โดยแต่ละกลุ่มก็มักจะมีส.ส.แดงหรือนักการเมืองหนุนหลัง มีลักษณะของการจัดการแบบบริษัทครับ แบ่งเป็นฝ่ายๆ ฝ่ายนักวิชาการ ฝ่ายhardcore ฯลฯ แต่เป็นบริษัทจัดจ้างเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองเท่านั้น (ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติแต่อย่างไร) คิดเสียว่ามันคือทหารรับจ้างแล้วกันครับ มีมาตั้งแต่สมัยที่ทักษิณโดยยึดอำนาจไปครับ พยายามสร้างภาพของความสันติและสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่แท้ที่จริงจะมีสักกี่คนที่รู้จักคำๆนี้ ซึ่งก็จะมีนักวิชาการบางจำพวก สื่อมวลชนบางจำพวก อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน ในขณะเดียวกันในสภาก็จะมีส.ส. นักการเมืองของพรรคเพื่อไทย(By แม้ว) ใช้กฏหมาย ใช้อำนาจัรฐ การการจัดการเรื่องต่างๆ รวมไปถึงการโจมตีฝ่ายตรงข้ามแบบคาบลูกคาบดอกผ่านสื่อบ้าง หรือผ่านการประชุมรัฐสภาบ้าง วิธีการของกลุ่มนี้คือการสร้างโจษย์ร่วม เช่นการป้ายสีสถาบัน หรืออำมาตย์(ใครว่ะ?) เพื่อเป็นเป้าทิศทางในการเดิน ใส่ร้ายป้ายสี การสร้างข้อมูลเท็จเพื่อหลอกคนของตัวไปเรื่อยๆ รวมไปถึงการหมิ่นในหลวงอย่างรุนแรง แน่นอนว่าเมื่อได้เป็นรัฐบาลก็คุมสื่อได้ ก็ใช้สื่อนี่แหละครับหลอกคนพวกอ้างว่าเป็นกลาง หรือคนที่ไม่รู้ให้หลงเชื่อไปด้วย
ยุทธศาสตร์กลุ่มต้านทักษิณ พูดจริงๆว่าอธิบายยากมากครับ เพราะเป็นกลุ่มที่กระจายกัน ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนัก ฝ่ายพันธมิตรเองก็มีแนวทางของเขา ฝ่ายประชาธิปัตย์เองก็มีแนวทางของเขา เป้าหมายหลักอาจต่างกันเพราะจุดเริ่มต้นที่ต่างกัน แนวคิดที่ต่างกัน แต่ในศึกครั้งนี้จำเป็นต้องร่วมมือกันครับ เพราะมีเป้าหมายร่วมกันคือการต่อต้านการแก้กฏหมายเพื่อล้างพิษให้กับทักษิณและพวกพ้องนั่นเอง กลุ่มของฝั่งนี้จะไม่นิยมความรุนแรง คิดเสียว่าเป็นพวกใส่สูธแล้วจะให้ไปต่อยกับกุ้ยมันก็คงไม่ใช่จริงไหมครับ ซึ่งมันเป็นจุดอ่อนด้วยคือมักโดนข่มขู่ได้ง่าย แต่จุดแข็งของกลุ่มนี้คือความชอบธรรมนั่นแหละครับ เพราะการที่ไม่ไปตบตี หรือเผาบ้านเผาเมือง ไม่ทำลายสาธารณะสถาน จึงทำให้กลุ่มนี้กลายเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งด้วยตัวเอง ยิ่งถ้าเอาไปเปรียบเทียบกับกลุ่มแดงแล้ว นับได้ว่าฟ้ากับเหวครับ แต่ความแกร่งในทางกายภายนั้นยอมรับเลยครับว่าสู้พวกดิบ เถื่อย ถ่อย อย่างกลุ่มแดงไม่ได้ จะให้ไปตีรันฟันแทง ก็แพ้เปล่าๆครับ แถมยังเสียมือด้วย อยู่ดีๆให้ไปจับขี้ให้เลอะมือทำไมจริงไหมครับ
การเดินเกมที่เกิดขึ้นคือกลุ่มเพื่อทักษิณใช้วิธีการต่างๆเพื่อล้างผิดให้ทักษิณและพวกพ้อง จนเป็นที่ประจักษ์ครับ แม้ไม่เป็นันหนึ่งอันเดียวกันนักแต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเดินหน้าไปในทิศทางที่ทักษิณต้องการในระดับหนึ่ง
แต่ในตอนแรกต้องเรียกว่าพันธมิตรเดินเกมพลาดครับ เพราะทิฐิของตนที่ไม่ยอมเดินหน้า จะเรียกว่าเพราะเกลียดประชาธิปัตย์เข้าไส้ก็ว่าได้ครับ เพราะในตอนแรกถ้าไม่ได้พันธมิตรประชาธิปัตย์ก็แทบโงหัวไม่ได้เลย และประเทศชาติก็คงชิบหายไปมากกว่านี้ แต่เมื่อประชาธิปัตย์ได้มาเป็นรัฐบาล กลับเอาแต่รำดาบรำกระบี่กระบองไม่จัดการฝั่งตรงข้ามร่วมของฝ่ายประชาธิปัตย์กับพันธมิตรให้จบ อีกทั้งยังทำร้ายพันธมิตรอีกด้วย ซ้ำร้ายกว่านั้นประชาธิปัตย์เองก็โกงกินสารพัด จนในที่สุดพันธมิตรจึงลอยแพประชาธิปัตย์ และสร้างกระแส Vote No ขึ้นมา โดยชี้ให้เห็นไม่ว่าประชาชนจะเลือกใครก็เอาเหี้ยเข้าสภาอยู่ดี แน่นอนว่ารอยร้าวที่เกิดขึ้นมันก็ใหญ่ขึ้นครับ เมื่อพวกแดงมาเป้นรัฐบาล ประชาธิปัตย์ก็ส้อย่างโดดเดี่ยว ในขณะที่พันธมิตรเองก็บอกว่าตน “นั่งบนภูดูหมากัดกัน”
แต่การนั่งบนภูดูหมากัดกันของพันธมิตรสร้างผมเสียต่อชาติมากกว่าผลดีครับ เพราะประชาธิปัตย์สู้ในสภาไม่ได้เลย แต่พันธมิตรก็ไม่ออกมา มีเพียงเสื้อแดงที่ออกมาเสมอๆในการออกมากดดันนอกสภา เรียกได้ว่าประชาธิปัตย์สู้อย่างเดียวดาว ทำให้พันธมิตรส่วนหนึ่งไปช่วยประชาธิปัตย์มากขึ้น แต่ต้องเข้าใจว่ามวลชนของประชาธิปัตย์ หรือพันธมิตร บางคนก็อยู่ทั้งสองฝ่าย บางคนก็เลือกเพียงฝ่ายเดียว จนในที่สุดประชาธิปัตย์เองที่ตำหนิพันธมิตรเรื่องการเดินนอกสภา ก็ต้องออกมานอกสภาเสียเองเช่นกัน แต่ถึงกระนั้นก็ช้าไปสักนิดและไม่มีระบบการจัดการที่ดี จึงทำให้จุดกระแสได้ยากมาก และโดยเสื้อแดงก่อกวนเช่นเคยทั้งทางสื่อที่ฝ่ายแดงเข้าไปคุมบ้าง ทั้งทางตรงเช่นคนไปก่อกวนบ้าง สุดท้ายแล้วประชาธิปัตย์ก็เรียกได้ว่าแทบจะแพ้ทั้งในและนอกสภา เพราะในสภาเสียงก็สู้ไม่ได้(แน่นอน) นอกสภาก็ไม่สามารถสร้างมวลชนได้มากและเดินเกมไม่เป็น
แต่ในขณะที่ฝ่ายต่อต้านทักษิณแตกคอกันเอง ฝ่ายทักษิณก็เริ่มทำลายตัวเองเช่นกัน เพราะฝ่ายของทักษิณนั้นอยู่ได้ด้วยเงิน ดังนั้นแกนนำนอกสภาจึงต้องแข่งกันเอาหน้า แย่งกันทำมาหากิน จึงทำให้มีการทะเลาะกันภายใน อีกทั้งทักษิณเองด้วยความที่เหลิงในอำนาจจึงถีบหัวเสื้อแดงส่ง (ซึ่งสุดท้ายก็ต้องไปง้อให้มวลชนของตัวกลับมาด้วยเงินจำนวนมหาศาล) ส่วนไอ้พวกในสภาก็รับใช้ทักษิณอย่างเต็มที่เพราะได้คุมอำนาจ ทักษิณก็ใช้งานอย่างสมราคา บางคนก็เล่นตัวเพื่อดูดเงินมากขึ้น แต่พวกเขาต้องเดินไปตามแผนการฟอกผิดนั่นแหละครับ ความต่างระหว่างภายนอกและภายในก็ทำให้เกิดรอยร้าวเช่นกัน ทำให้นอกจากเราจะเห็นภาพการด่ากันไปมาของกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยกันเองนอกสภาแล้ว ยังลามมาถึงในสภาด้วย
การแก้ไขกฏหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็นที่ครหามากมายจากประชาชนไทยที่รักชาติ และได้ยื่นเรื่องไปที่อัยการแต่ก็ดองเรื่องไว้ไม่ยอมส่งฟ้องศาล ซึ่งทำให้ฝ่ายแดงเดินเกมได้สะดวกมากขึ้นเยอะ ในขณะเดียวกันในสภาเอง ประธานสภาก็เป็นพวกแดงครับ เวลาที่มีการถ่ายทอดสดก็เรียกได้ว่าแทบจะปิดปากฝ่ายค้าย เพราะถ้าฝ่ายค้านพูดมาก เดียวควายกลายเป็นคนได้จะยุ่ง
คราวนี้การแก้กฏหมายรัฐธรรมนูญ 2550 ก็เกิดขึ้น พันธมิตรด้วยทิฐิก็ยังนั่งบนภูต่อไป และประชาธิปัตย์ก็สู้แทบลากเลือดแต่ก็ไม่ชนะ จวบจนกระประชุมในสภาเดินหน้ามาจนชาติจะตกเหวแล้ว พันธมิตรก็ออกมาพร้อมมวลชนจำนวนมาก แต่ก็ต้องถือว่าลดลงจากเดิมไปมากเช่นกัน เพราะแต่ก่อนนั้นคนที่ชอบประชาธิปัตย์ก็ออกมาสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพันธมิตร แต่เมื่อปัญหาที่เกิดขึ้นข้างต้นเขาได้เลือกที่จะอยู่กับประชาธิปัตย์ กลุ่มผู้ต่อต้านเข้าชุมนุมที่รัฐสภาเพื่อกดดันไม่ไห้ผ่านกฏหมาย มาตรา 291 ซึ่งจะนำไปสู่การชำระล่างกฏหมายรัฐธรรมนุญทั้งฉบับได้ ซึ่งพันธมิตรทำในสิ่งที่ผมว่า ok อย่างหนึ่งคือการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มของประชาธิปัตย์ครับ ในตอนนั้นกลุ่มของหมอตุลย์ (รวมกับ Blue Sky และ สายล่อฟ้า) โดนล้อมจนแทบจะสู้ไม่ไหวแล้ว พันธมิตรกเข้าไปช่วยไว้ทัน ผมมองว่านี้คือการต่อสู้ที่ดีครับ เพราะเวลานี้ไม่ใช่เวลาจะมาตีกันเอง ศัตรูก็คนเดียวกัน และประเทศชาติสำคัญที่สุด
จนในที่สุดฝ่ายต่อต้านก็ไม่รออัยการแล้วและฟ้องต่อศาลโดยตรง และศาลรับฟ้องแทบจะทันที ทำให้ความพยายามในสภาต้องหยุดลงกระทันหันครับ นับเป้นชัยชนะที่สวยงามและในสะอาดมากอีกครั้งหนึ่งของพันธมิตรและเป็นชัยชนะครั้งแรกของประชาธิปัตย์ในการเดินเกมแบบนี้ ที่ผมกล้าพูดแบบนี้เพราะถ้าไม่มีพันธมิตร ไม่มีประชาธิปัตย์ ผมก็ไม่รู้ว่าศาลจะว่าอย่างไร ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกๆวินาทีที่มีการต่อสู้ ก็อาจชลอหรือสกัดกั้นการแก้ไขมาตรา291
กลับมาถึงกลุ่มไม่เอาใคร คนเหล่านี้ก็ยังไม่เอาใครเช่นเดิม ไปค้าขายดีกว่า ไปเดินเล่นดีกว่า ไปช๊อปปิ้งดีกว่า ประเทศชาติเป็นไงช่าง แถมยังมีมาตำหนิคนที่ออกไปชุมนุมด้วยแนะว่าก่อความวุ่นวาย เอากับเขาสิครับ….
คราวนี้เมื่อศาลรับฟ้องทำให้ 291 แก้ไขไม่ได้ ต้องรอจนกว่าศาลจะสืบพยานและตัดสิน แน่นอนว่ากลุ่มเพื่อทักษิณจะยอมได้หรือถ้าสุดท้ายศาลออกมาบอกว่ามีความผิด ซึ่งความผิดนั้นลามไปเยอะเลยครับ เอากันจริงๆก็มีถึงขั้นยุบพรรค และในกรณีที่แรงที่สุดก็ประหารชีวิตครับ (ประหารคนชั่วๆเลวๆไปบ้างก็ดีนะครับ ประเทศไทยจะได้น้ำไม่ท่วม) คนเสื้อแดงจึงออกมาขู่คณะตุลาการ ขู่ศาลกันยกใหญ่ บ้างก็โทรศัพท์ไปขู่คนขับรถของตุลาการ บ้างก็บอกเบอร์ไทร บอกที่อยู่ขอคนในครอบครัวของศาล พูดกันจริงๆพวกนี้มันกุ้ย กุ้ยมันก็ใช้วิธีแบบนี้แหละครับ ต่อให้วันนี้เป็น รมต. เป็นตำแหน่งอะไร แต่สันดานกุ้ยมันยังคงอยู่ครับ กลุ่มแดงในสภาและนอกสภากลับมารวมกันต่อสู้แล้วเช่นกัน
จนกระทั่งวันศุกร์ที่ผ่านมา….
ศาลได้สืบพยานครบแล้ว รอศุกร์หน้า ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 13 กรกฏาคม 2555 ศาลก็จะตัดสิน! เราได้แต่รอดูครับว่าสุดท้ายแล้วผลจะออกมาในรูปไหน ประเทศชาติจะรอดพ้นจากความชั่วช้านี้หรือไม่ แต่ในขณะที่เรารอคนเสื้อแดงก็ออกมาขู่ศาลแล้วละครับว่า ถ้าตัดสินไม่ถูกใจพวกมันก็ระวังตัวไว้แล้วกัน….
ยังไงเหี้ยก็คือเหี้ยวันยังค่ำครับ




0 Comments.