เมื่อวานนี้ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม 2555 มีเหตุการณ์สำคัญๆเกิดขึ้น 2 เหตุการณ์ที่ผมอยากพูดถึง คือ
- เหตุการณ์ดาราหญิง”ตั๊ก บงกช”ทุกคนเสื้อแดงคุกคามอย่างป่าเถื่อน
- เหตุการณ์การต่อต้านการตั้งหมูบ้านเสื้อแดงในจังหวัดภูเก็ต
แต่ผมจะยก 2 เหตุการณ์หลังมาวิเคราะห์ครับ ผมอยากให้ผู้อ่านทุกท่านได้ลองคิดตามเล่นๆครับ และตอบคำถามที่เกิดขึ้นในหัวของตัวเอง หรือถ้าคอมเม้นมาผมจะดีใจมากครับ มันคือกำลังใจคนทำ blog อย่างผมเลยนะครับนั่น (แต่ถ้าจะมาหาเรื่องกันก็เชิญไปที่ชอบๆเถอะครับ)
เหตุการณ์แรกคือดาราหญิง “ตั๊ก บงกช” ที่ถูกคนเสื้อแดงคุกคามอย่างป่าเถื่อน
มันเริ่มขึ้นจากกรณีการตายของ “อากง” หรือนายอำพล ตั้งนพกุลซึ่งไม่รู้ว่าเป็นญาติฝ่ายไหนของคนเสื้อแดงครับ อายุอานามก็ไม่ได้แก่มากมายแค่ 61 ซึ่ง ยังอ่อนกว่าอาแป๊ะของผมอีก (กรณีที่ไม่ใช่คนจีน อากงคือปู่ครับ ส่วนอาแปะคือลุง) ซึ่งแปลได้ว่าอากงคือพ่อของไอ้ทักษิณ ชินวัตร นักโทษชายคนดังอีกทีนั่นเอง ทั้งนี้อากงถูกจับในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (2), (3) ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร กรณีใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัวพิมพ์ข้อความจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง และส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของนายสมเกียรติ ครองวัฒนสุข ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการส่วนตัวของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีครับ
การตายของ “อากง” ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือปลุกระดมควายแดงอย่างมากมาย จนเป็นที่อเนจอนาถใจต่อผู้ที่พอจะรู้เรื่องการเมืองมาบ้าง ถ้าจะเรียกเป็นภาษาบ้านๆว่า “หากินกับศพ” ขนาดคนตายไปแล้วยังเอามาใช้เป็นเครื่องมือ โดยอ้างว่าอากงของพวกมันไม่ผิดกฏหมายแต่เป็นเหยื่อของมาตรา 112 ซึ่งพวกมันพยายามแก้ไขหรือเอาออกจากกฏหมาย เพราะพ่อแม้วของพวกมันและพรรคพวกได้ผิดกฏหมายข้อนี้หลายต่อหลายครั้งต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งคนไทยที่รักในหลวงก็ออกมาต่อต้านความพยายามของเหี้ยแดงและรัฐบาลแดงจนเป้นที่ประจักษ์ไปทั่วทั้งประเทศ
และแน่นอนครับว่าอากงผิดจริง โดยหลักฐานทางเทคโนโลยีนั้นชี้ชัด มัดตัวแน่นหนาครับ
คราวนี้”ตั้ก บงกช คงมาลัย”ซึ่งมีอาชีพนักแสดง เมื่อทราบว่าอากงตายแล้วและถูกเสื้อแดงนำไปใช้ประโยชน์ ประกอบกับเป็นคนที่รักชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่แล้วจึงได้ เขียนลงใน Facebook ส่วนตัว ดังนี้
“เวรกรรมของอากง”
“แต่อากงไม่อยู่ก็ดีนะคะ แผ่นดินจะได้ดขึ้น ^-^”
“จริงๆ แผ่นดินก็ดีอยู่แล้ว จะได้ดียิ่นขึ้นเน้อออออ”
“ถึงฉันจะเปิดนม เปิดอะไร หรือมีชื่อเสียงไม่ดี หรืออะไรก็ตามที่คุณจะสันหามาด่า แต่ฉันก็ไม่โง่ แล้วทำไมคุณกล้าสู้เพื่ออากง แล้วเมื่อไหร่คุณจะตายค่ะ จะได้ไปช่วยอากงต่อในนรก เพราะอากงคุณตกนรกแน่ จากกรรมที่หมิ่นพ่อของฉัน”
“คุณรักอากง ฉันก็รักครอบครัวพ่อของฉัน ทำไมเหรอ”
ต่อมา นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีนและอดีตผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทวีตข้อความการโพสต์ดังกล่าว ก็ทำให้เกิดกระแสตอบรับจากคนรักในหลวงจำนวนมากและมีกระแสต่อต้านจากคนเสื้อแดงจำนวนมากเช่นกัน
กลางดึกคืนวานนี้ (12 พ.ค.) กลุ่มคนเสื้อแดงในเมืองพัทยาทั้งชายและหญิงจำนวนกว่า 30 คน ได้มารวมตัวกันที่บริเวณปากซอยพัทยา 6 ถนนเลียบสายชายหาด หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อช่วยกันขับไล่ ตั้ก บงกช คงมาลัย นักแสดงสาวที่จะเดินทางมาถ่ายทำภาพยนตร์ เนื่องจากไม่พอใจ ตั๊ก บงกช หลังจากที่ได้โพสต์ข้อความลงในFacebookส่วนตัว แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ นายอำพล ตั้งนพคุณ หรือ อากง ในคดีความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112
ที่ผมย้ำคำว่า “ส่วนตัว” เพราะจริงๆมันคือพื้นที่ส่วนตัว การที่คนเสื้อแดงไม่พอใจก็แค่ปิดการปุ่มกากบาทที่มุมบนขวาของจอก็ได้ ไม่ได้ขึ้นเวทีไปด่าเหมือนที่พวกเหี้ยแดงขึ้นเวทีไปด่าในหลวงด้วยซ้ำ…
ทั้งนี้กลุ่มคนเสื้อแดงพากันออกมาตะโกนต่อว่า ตั๊ก บงกช พร้อมทั้งชูป้ายข้อความต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง ในขณะกำลังถ่ายทำฉากที่ ตั๊ก บงกช นั้นนั่งอยู่ภายในรถกับนักแสดงชายต่างชาติ ทำให้การถ่ายทำต้องล่มลงกลางคัน ทางทีมงานกองถ่ายจึงรีบพากับขับรถหลบหนีออกมาจากบริเวณดังกล่าว โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงพากันขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามพร้อมทั้งตะโกนด่าและขับไล่ ตั๊ก บงกช ไปตลอดทางด้วยความโกรธแค้น ก่อนที่ทั้งหมดออกมาจากเขตเมืองพัทยาได้อย่างปลอดภัย
ทั้งมีก็มีเสียงวิพากษ์วิจารย์จากนายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์แดงแปร๊ดประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าจริงๆแล้วการที่ตั๊ก บงกช ออกมาแสดงความเห็นผ่านหน้า fcebook ของตัวเองเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดยโพสลงเพชบุคส่วนตัว ว่า”ฝากถึงยะใสกับคุณบงกช คงมาลัย: การแสดงความรักที่ไม่กอปรด้วยปัญญาและความเข้าใจ อาจทำร้ายผู้อื่นที่เจ็บปวดอยู่แล้วได้ ด้วยความเขลาและขาดความรับผิดชอบ การทำด้วยความรัก โดยตัวมันเองไม่ผิด แต่สิ่งที่ทำนั้น หากขาดความรู้ความเข้าใจที่รอบคอบรัดกุมรองรับ ก็อาจกลายเป็นการกระหน่ำซ้ำเติมทำร้ายผู้อื่นที่เจ็บปวดสูญเสียอยู่แล้วให้เขาเสียใจยิ่งขึ้นได้ ลองคิดถึงกรณีทำนองเดียวกันแล้วมีคนมาโพสต์ด้วยน้ำเสียงเลือดเย็นคล้ายๆกันกับการจากไปของน้องโบว์ดูแล้วญาติมิตรของเธอจะรู้สึกอย่างไร?มันถูกต้องหรือไม่?เป็นสิ่งที่เพื่อนมนุษย์ควรทำต่อกันหรือไม่? ความรักที่ไม่กอปรด้วยปัญญาหากถือเอาอารมณ์สะใจตนเองเป็นที่ตั้งจึงอาจทำร้ายพสกนิกรของในหลวงด้วยกันด้วยความเขลาและขาดความรับผิดชอบ น่าเสียดายที่คุณยะใสที่น่าจะมีความเข้าใจและรับผิดชอบทางการเมืองจากประสบการณ์ที่มีมากกว่าก็ดูจะเป็นแบบนี้ด้วยเหมือนกัน” แน่นอนก็เป้นที่ชอบอกชอบใจชาวเหี้ยแดงกันเป็นอย่างมาก ในขณะที่คนที่รักชาติรักบ้านรักเมืองรักในหลวงต่างก็สาบแช่งสาปส่งมันลามไปถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกด้วย
ซึ่งทำให้ผมเกิดคำถามว่า เมื่อครั้งน้องโบว์เสียชีวิตจากเหตุการณ์ห่าฝน M79 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 คนเสื้อแดงและสื่อแดงต่างออกมาประโคมว่าน้องโบว์พกระเบิดมาเองบ้างละ และยังด่าทอ สาปแช่ง ฯลฯ ด้วยความสะใจเมื่อเห็นว่าน้องโบว์เสียชีวิต ไม่ว่าจะทาง Social Media หรือแม้กระทั่งกาพูดออกอากาศทางวิทยุและสื่อของพวกตน เวลาคนของฝั่งตรงข้ามของตนที่ได้รับบาดเจ็บก็ด่าเขา ใส่ร้ายเสียๆหายๆ บ้างก็ว่าพกระเบิด พกปืนมาต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ไอ้เกษียรไม่เห็นออกมาพูดอะไรสักคำ ว่าการกระทำเหล่านั้นคือการ “กระหน่ำซ้ำเติม” ทั้งๆที่มีดีกรีความรุนแรงมากกว่าหลายต่อหลายเท่า แต่ถึงกระนั้นพันธมิตรก็ยังไม่กระทำป่าเถื่อนเหมือนที่คนเสื้อแดงทำ มีแต่เพียงการป้องกันตนเองเท่านั้น ตอนที่เสื้อแดงเผาเมือง มีอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนไหนบ้างที่ออกมาตำหนิ ติเตียนการกระทำของคนเสื้อแดง ซึ่งตอนนั้นเกิดการปล้นสดมภ์ การเผาบ้านเมือง การยิง M79 การดักทำร้ายคนที่ไม่เห็นด้วย และอื่นๆอีกมากมาย ไม่เห็นมี NGO ไอ้พวกห่า Right watch หรือนักวิชาการจอมปลอมคนไหนออกมาพูดบ้างเลย
และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มิใช่หรือคือที่ให้กำเนิดกลุ่ม “นิติราษฎร์” ซึ่งมีเป้าหมายในการแก้ไขมาตรา 112 อีกด้วย หรือการรับ“ก้านธูป” หรือชื่อเล่นจริงๆคือ “พลอย” ชื่อเดิมคือ “ณัฐกานต์ สกุลดาราชาติ” ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “อภิญญา สวัสดิ์วรากร” เข้าเรียนในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รหัสนักศึกษา 5405680512 และนี่อาจเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้ผมมีคำถามกับความเหมาะสมและความเป็นธรรมศาสตร์รวมไปถึงคำว่า “เสรีภาพทุกตารางนิ้ว” ของมหาลัยนี้ ว่าแท้จริงแล้วมันเป้นคำที่อุปโลกขึ้นมาเพื่อปกป้องความเหี้ยและความบัดซบของบุคลากรของมหาวิทยาลัยหรือไม่? หรือว่าอธิการบดีปล่อยปละละเลย? ในยุคที่นักเรียนนักศึกษาส่วนหนึ่ง(ซึ่งคาดว่าน่าจะเป้นส่วนใหญ่)หลงไหลได้ปลึ้มกับวัตถุจนลืมชาติบ้านเมือง เอาแต่ท่องคำว่าไม่อยากให้ทะเลาะกันโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ใครชั่วใครเลวไม่รู้หรือรู้แต่ไม่ใส่ใจ อย่างไรผมขอเก็บไว้ให้คิดครับ
ก่อนจะจบเหตุการณ์นี้ ผมอยากนำเสนอคำให้สัมภาษณ์ของนางธนาภา คงมาลัย ซึ่งเป็นแม่ของ ตั๊ก บงกชครับ “ตั๊กเป็นคนที่รัก พระองค์ท่านมาก หากใครจะพูดพาดพิงหรือก้าวก่ายก็นี่ไม่ได้เลย ตอนตั๊กอายุ 6-7 ขวบ แม่เคยพาไปเข้าเฝ้าฯที่วัดพระแก้ว ครั้งนั้นทรงแย้มพระสรวล ทรงยื่นพระหัตถ์ลูบที่หัวของตั๊กอย่างเอ็นดูด้วยความเป็นเด็ก ตั๊กก้มกราบพร้อมลูบพระบาทด้วยความปลื้มปีติ จากนั้นเวลาเห็นภาพพระองค์เสด็จฯไปยังที่แห่งไหน และมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ตั๊กจะหลั่งน้ำตาด้วยความปลาบปลื้มที่ทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกายทำเพื่อราษฎรตลอดมิได้หยุด ทุกๆคำสอนทุกๆแนวทางของพระองค์ท่านตั๊กก็จะเจริญรอยตามพระเบื้องยุคลบาทเสมอมา และเมื่อเห็นใครต่อว่าพระองค์ท่าน หรือมีใครมาพูดให้ฟังว่า มีการพาดพิงพระองค์อย่างไร ตั๊กจะไม่ยอมไม่อยากฟัง บอกว่า คนไม่รักพ่อมีเท่าไม่ซีก แต่คนรักมากมายมีไม้ซุง ไม้ซีกจะมางัดไม้ซุงได้อย่างไร คนที่ต่อว่าพระองค์ท่านไม่เคยทำประโยชน์อะไรให้กับชาติบ้านเมืองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาต่อว่าบุคคลที่คนทั้งชาติรักและเคารพเช่นกัน หรือแม้แต่หากทำเงินหล่นใครจะมาข้ามก็ไม่ได้ นอกจากนี้ หากใครจะมาต่อว่าพ่อ ตั๊กก็ยอมตาย ขอยอมเอาชีวิตตัวเองแลก ซึ่งตัวแม่เองก็มองว่า หากเรื่องนี้ ใครจะมาเอาเรื่องตั๊กทำให้ลูกของแม่ต้องตายแม่ก็จะไม่ว่าอะไรเพราะเราถือว่าทำหน้าที่ปกป้องพระองค์ท่านได้ดีที่สุด”
ผมไม่จำเป็นต้องถามคนเสื้อแดงหรอกครับว่ารักในหลวงไหม แต่ผมต้องถามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่ายังรักในหลวงอยู่หรือไม่ และมีความละอายใจบ้างไหม? ถ้าไม่รักก็ประกาศให้มันชัดๆแล้วเปลี่ยนจาก”ธรรมศาสตร์”เป็น”แดงสาดๆ”ไปเลยเถอะครับ เรื่องนี้ผมคงต้องรบกวนอธิการบดีคิดให้หนักครับ ผมคงต้องสอบถามเหมือนกับที่ผมถามทุกครั้งว่า ธรรมยังจะเก็บเกษียร เตชะพีระ ไว้หรือครับ เหมือนที่ผมเคยถามว่ายังจะเก็บนิติราษฎร์ไว้ หรือเก็บก้านธูปไว้หรืครับ…. จะเก็บไว้ผมก็คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากเห็นความเสื่อมในมหาวิทยาลัยอันควรที่จะเป็นที่อันทรงเกียรตินี้ค่อยๆล่มสลายด้วยตัวของมหาวิทยาลัยเอง
เหตุผลของไอ้ตู่แกนนำเสื้อแดง คือ มันเป็นแค่อารมณ์ของคนสูญเสีย ผมก็อยากถามนักว่าอารมณ์ของการสูญเสียนั้นต้องถึงขั้นไล่ล่าผุ้หญิงที่ไม่มีทางสู้คนเดียวเช่นนั้นเลยหรือ? หรือว่านี่คือ”สันดาน”ที่แก้ไม่ได้กันแน่
ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 คือ เหตุการณ์การต่อต้านการตั้งหมูบ้านเสื้อแดงในจังหวัดภูเก็ต
จริงๆเรื่องราวเกิดขึ้น เมื่อชาวภูเก็ตรวมตัวกันยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการต่อต้านการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง ซึ่งหมู่บ้านเสื้อแดง คือหมู่บ้านของพวกเหี้ยแดง ตั้งมาเพื่อประกาศตัวว่าคือพื้นที่ของพวกเหี้ยแดงเท่านั้น และปลดธงไตรรงค์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยของเรา และเอาธงสีแดงมาปักแทนที่ ซึ่งในทางสัญลักษณ์แล้วคงต้องถามพวกทหารซึ่งมีหน้าที่ปกปักษ์รักษาชาติบ้านเมืองว่า การกระทำแบบนี้หมายถึงอะไร…
การยื่นเรื่องของชาวภูเก็ตนั้นไม่เป็นผลใดๆ จนกระทั่งวันที่ 13 ซึ่งเป็นกำเนิดการเปิดหมู่บานเสื้อแดง เหี้ยแดงก็ตั้งเวที ส่วนคนที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นั้นยอมไม่ได้ จึงออกมาต่อต้านซึ่งสุดท้ายชาวภูเก็ตก็สามารถไล่เสนียดบ้านเสียดเมืองออกจากพื้นที่ได้สำเร็จ โดยที่ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการก็รู้อยู่เต็มอกว่าคนเสื้อแดงคืออะไร หมู่บ้านเสื้อแดงคืออะไร แต่พวกเขาไม่ทำแม้เพียงการปกป้อง ซึ่งไม่ต่างจากที่อื่นๆ ชาวบ้านต้องออกมาต่อสู้เพื่อรักษาพื้นที่ของตนในฐานะ”คนไทย” ไม่ใช่ “คนเสื้อแดง” การที่ผมพูดแบบนี้ไม่ได้แรงเกินไปแต่อย่างใด ดูเถอะครับขนาดธงของประเทศเราพวกมันยังเอาลง มันไม่ได้แปลว่าการแย่งพื้นที่ของไทยไปแล้วมันจะแปลว่าอะไร
การต่อต้านของชาวภูเก็ตและการรุกรานเหี้ยแดง กินเวลานานเกือบวันหนึ่ง ซึ่งลักษณะเหมือนสงครามจริงๆ คือเมื่อชาวเหี้ยแดงเริ่มไม่ไหวการุถอยทัพไปตั้งเวทีอีกที่หนึ่ง ชาวภูเก็ตก็รุกต่อเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยนี้ให้จงได้ ผมว่าที่ภูเก็ตนั้นยังมีบารมีของท้าวเทพกระษัตรี และ ท้าวศรีสุนทรอยู่แน่นอน เกาะภูเก็ตจึงรอดพ้นจากการรุกรานครั้งนี้ได้ ผมต้องขอชื่นชมและขอบคุณชาวภูเก็ตที่ออกไปต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง
.jpg)
พวกเสื้อแดงเมื่อโดนต่อต้านก็เป็นเดือดเป็นร้อน ไอ้ตู่และพลพรรคเหี้ยแดงออกมาด่า หาว่าไม่ยอมเป็นประชาธิปไตย แถมยังอ้างว่าเป็นเกมเมืองบ้างละ เป็นการจัดตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคคู่แข่งบ้างล่ะ ถูกละเมิดสิทธิทางการเมืองบ้างล่ะ
ผมว่าจริงๆมันเป็นเพราะคนเสื้อแดงสู้คนไทยหัวใจรักชาติรักในหลวงไม่ได้จึงได้อ้าง”ประชาธิปไตย” ซึ่งต่างจากการไปคุกคาม ตั๊ก บงกช ซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียว ไร้ทางสู้อย่าง และโพสข้อความผ่านหน้า “facebook ของตัวเอง” เห็นได้ชัด ทีอย่างนั้นไม่เห็นพูดคำว่า “ประชาธิปไตย” เลย ทั้งๆที่เขามีสิทธิ และเสรีภาพอย่างเต็มที่
การผมยกสองเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาต่างกันเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมงนี้ ผมอยากชี้ให้เห็นว่า สันดานพวกเหี้ยแดงนั้นเป็นอย่างไร คำถามนี้ผมจะไม่ตอบ แต่ผมเชื่อว่าทั้งคุณผู้อ่าน ทั้งผมคงมีคำตอบในหัวแล้วจริงไหมครับ




0 Comments.