มองมันตรงๆ คิดมันตรงๆ และพิมพ์มันตรงๆ วิเคราะห์ วิพากษ์การเมืองและสังคมไทย

คนไทยควรได้อ่านครับ: เรื่องเล่าจากโต๊ะอาหาร

ขอขอบคุณบทความหนึ่งจาก facebook ที่ไปเจอมาครับ บทความนี้ผมไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนแผยแพร่คนแรก แต่ที่ผมพบจะหาที่มา จากแหล่งที่ผมรู้เขาใช้ชื่อว่า”คนไทย รักในหลวง”

————-

คนไทยควรอ่านเพราะเป็นบทความที่ดีมีค่าอย่างยิ่ง อ่านแล้วตื้นตันในหัวใจควรกดแชร์ให้เพื่อนๆคนไทยได้อ่านกันเยอะๆนะ

เมื่อวันก่อน พอดีมีโอกาสต้อนรับนักธุรกิจชาวอังกฤษหนึ่งท่านที่มาตามงานที่เขาสั่งไว้ ตามภาษาคนทำธุรกิจเลยต้องรับขับสู้ให้ดีที่สุดเพื่อโชว์ความเป็นคนไทยที่มีน้ำใจ เรื่องมันเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหารมื้อค่ำครับ เราก็ทานกันไปตามปรกติมาอีตอนท้ายๆการสนทนาครับ จำได้ว่าเราคุยกันเรื่องการลงทุนนี่แหละครับ อยู่ดีๆฝรั่งตาน้ำข้าวก็พูดขึ้นมาว่า

“คุณรู้ไหม ทำไมคนต่างชาติหลายๆประเทศทำไมตัดสินใจมาลงทุน ที่เมืองไทย”

เราก็ตอบไป ตามสไตล์คนอยากรู้ว่าไม่รู้ เขาพูดขึ้นมาว่า “ส่วนมากแล้วจะประเมินกันว่าแรงงานประเภทงานฝีมือคนไทยมี ศักยภาพสูงสุดในแถบเอเซีย สูงกว่าญี่ปุ่นเสียอีก ตอนนี้จะพอมีใช้ได้ก็เวียดนามแต่ยังห่าง” แต่นั้นไม่ใช่เหตุผลหลักนะครับ เพราะสิ่งที่นักธุรกิจคนนี้พูดต่อออกมาคือ…

“แต่ปัจจัยหลักที่พวกเขา ตัดสินใจมาลงทุนที่เมืองไทยเป็นเพราะ “ในหลวงฯ” เริ่มอึ้งไปชั่วขณะเพราะงง จึงถามกลับไปว่าทำไมจึงเป็นเพราะในหลวงฯ

มาฟังคำตอบชัดๆเลยครับ “ก็เพราะประเทศคุณมี king of king (แปลไม่ถูก เพราะหัวใจมันพองโตขึ้นมาในทันใด) พวกเราเป็นที่รู้กันมาตลอดว่าประเทศไทย ไม่ว่าจะมีเรื่องเลวร้ายแค่ไหน…มันจะผ่านไปได้ทุกครั้ง แม้นกระทั้งความรุนแรงหรือความแตกแยกทางความคิดใดๆ หากเกิดขึ้นเพียงในหลวงฯของคุณบอกให้จบทุกอย่างจะจบ ด้วยความสงบสันติ”

แล้วผมก็ถาม กลับไปว่าตอนนี้เรายังมีปัญหาอยู่เลย เขาตอบกลับทันทีว่า “เรื่องการจราจลเผาเมืองที่ผ่านมาเขาตามข่าวมาตลอดด้วยความเป็นห่วงแต่ที่แปลกใจก็คือครั้งนี้ในหลวงไม่ออกมา แต่นั้นทำให้เขารู้ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องความ”แตกแยก” แต่เป็นเรื่อง”การเมือง” ในหลวงฯจึงไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว”

จบตอนนี้ผมอึ้ง ทึ่ง สมองสั่งการให้เห็นแสงสว่างขึ้นมาทันทีว่า จริงด้วยเราหลงทางหรือเปล่าที่คิดว่าเราแตกความสามัคคี จริงๆแล้วเป็นเรื่องการเมืองของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น คิดได้เท่านั้นทุกอย่างก็หยุดลง เพราะคำว่า”ในหลวง”ที่มี คุณูปการมากมายที่มีต่อคนไทยจนคนไทยอย่างเราเองคาดไม่ถึง นึกไม่ถึงว่าคนต่างชาติมาลงทุนบ้านเราเพราะพระบารมีของพระองค์

ผมกับคุณพ่อเริ่มออกอาการซึมเพราะมันรู้สึกตื้นตัน อย่างบอกไม่ถูกเวลานั้น ทุกอย่างแห่งความซาบซึ้งน่าจะจบลงตรงนั้นแต่แล้ว น้ำตามันซึมออกมาเองอีกครั้ง เมื่อตอนคนมาเก็บเงินค่าอาหาร ในตอนที่เอาเงินส่งให้พนักงาน ฝรั่งคนเดิมพูดขึ้นมาอีก ว่า “คนไทยนี่โชคดีจริงๆนะ จะอยู่ที่ไหนจะทำอะไร มีในหลวงฯคอยติดตามเฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา”

ผมกับพ่อหันไปมอง คราวนี้พ่อผมถามเองเลยว่าคุณรู้ได้อย่างไร

เขาตอบกลับทันทีเลยว่า “ก็ผมเห็น ธนบัตรไทยมีรูปในหลวงฯของพวกคุณอยู่ ทุกๆใบแม้นกระทั่งในเหรียญที่มีค่าน้อยที่สุดถึงมีค่ามากที่สุดในธนบัตร เห็นเป็นอย่างนี้มาหลายสิบปีแล้ว ดังนั้นเวลาคนไทยไปไหน ในหลวงฯจะอยู่กับคนไทยตลอดเวลาไม่เคยห่างกัน

ผมยังสงสัยเลยว่า ทำไมรัฐบาลคุณไม่พิมพ์คำว่า “เรารักในหลวง” ลงไปในธนบัตร ทั้งผมทั้งพ่อน้ำตากลั้นไม่ไหวจริงๆครับ มันซึมออกมาแบบไม่อายเลย น้ำลายมันก็กลืนไม่เข้าเวลานั้น “เท่” มากครับที่เกิดเป็นคนไทย หัวใจมันพองโต จนรู้สึกว่าตายกี่ชาติต่อกี่ชาติ ขอให้ได้เกิดเป็นคนไทยทีเถิด

เรื่องทั้งหมดที่เล่าคงอธิบายความรู้สึกที่อยากจะถ่ายทอดทั้งหมดไม่ได้ แต่อยากแบ่งปันครับ แบ่งปันให้พวกเราเก็บ เรื่องดีๆนี่ไว้ในความทรงจำ เพื่อแบ่งปันกันต่อจากรุ่นสู่รุ่น ไม่น่าเชื่อนะครับว่าคนอื่นมองเห็นเราชัดเจนกว่าตัวเราที่เป็นคนไทยซะอีก คำว่าเป็นเรื่อง”การเมือง” ไม่ใช่เรื่องความ”แตกแยก” อาจเป็นคำตอบให้คนไทยกลับมาคิดทบทวนกันอีก ครั้งว่าเราแตกแยกกันจริง หรือเพราะเรามีพระมหากษัตริย์ที่ประเสริฐที่สุด จนคนทั้งโลกยังอิจฉาแต่เราบางคนกลับมองไม่เห็น เพิ่งรู้และสัมผัสกับคำว่าหัวใจพองโต มันคับฟ้าคับแผ่นดินจริงๆนะครับ

ที่สำคัญคือการที่รู้สึกแบบนี้ได้เป็นเพราะผมเป็นคนไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ที่ประเสริฐที่สุดเป็น “พ่อของแผ่นดิน” พระองค์ฯ ต้องอยู่เป็นมิ่งขวัญให้คนไทยทั้งแผ่นดินตลอดไปจริงไหมครับ

Leave a Comment


NOTE - You can use these HTML tags and attributes:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>