มองมันตรงๆ คิดมันตรงๆ และพิมพ์มันตรงๆ วิเคราะห์ วิพากษ์การเมืองและสังคมไทย

บทวิเคราะห์ “การเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง 2554″

ช่วงนี้งานผมค่อนข้างยุ่งมากมาย แต่วันนี้ขอมา update สักนิดหนึ่ง จริงๆมีหลายเรื่องทีเดียวที่อยากจะเขียน เพราะไม่ได้ update นาน ไม่ว่าเรื่องวิธีการหาเสียงของเหล่า ส.ส. (สมาชิกสภาสัตว์) หรือแม้แต่เรื่องวาทกรรมต่างๆทางการเมือง วันนี้ผมอยากจะเขียนถึงอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง ในกรณีต่างๆ

ผมเป็นพันธมิตรนะครับ แต่การวิเคราะห์ครั้งนี้ ผมขอเอาตัวเองออกจากความเป็นพันธมิตรก่อนนะครับ แต่ผมเชื่อครับว่า ผมเอียงแน่นอน อย่างที่บอก Website ผมเลือกข้าง และไม่มีความเป็นกลางใดๆกับความเลว (สามารถอ่านได้ใน Read Me นะครับ)

1. พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งแล้วได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว หรือ ได้ตั้งรัฐบาลผสม

ไม่ต้องคิดอะไรมากครับ งานแรกมันก็จะเอานักโทษชายทักษิณกลับมา แก้ไขกฏหมายให้มันและพรรคพวกไม่มีผิด แล้วกลับมายึดประเทศไทย อย่าไปเชื่อกับวาทกรรม “การนิรโทษกรรมไม่ใช่นโยบาย” มันไม่ใช่นโยบายครับ แต่มันคือ”ภารกิจ” ดำเนินการความชั่วต่อในส่วนที่ได้สร้างไว้ในใจคนเสื้อแดง ทั้งเรื่องสถาบัน ใช้อาวุธทุกชนิดกับใครก็ตามที่อยู่ตรงข้าม และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือ M79

ทรัพยากรของชาติจะถูกขายให้ต่างชาติ มีการให้สัมปทานกับต่างชาติแลกกับผลประโยชน์ของบางตระกูล เช่น “ชินวัตร”  และการโกงกินสารพัดก็จะกลับมาอีกครั้ง การหมิ่นประมาทสถาบันจะเกิดขึ้นทุกหัวระแหง โดยไม่มีมาตรา 112 มาเป็นตัวขวางกั้นอีก เพราะมันจะใช้มือสารเลวที่มองเห็นในสภายกมือผ่านการแก้กฏหมาย อีกยังมีการสนับสนุนอย่างมากของคนเสื้อแดงผู้รักในทักษิณ ชินวัตร แต่ไม่รักในหลวง

ยศ พล.ต.ท ของทักษิณจะได้รับการปกป้อง มากกว่าพระราชยศ ใครก็ห้ามแตะ ใครก็ตามที่อยู่ตรงข้ามทักษิณ หรือใครก็ตามที่ทักษิณคิดว่าอยู่ตรงข้าม รวมไปถึงใครก็ตามที่ทักษิณป้ายสีว่าอยู่ตรงข้ามว่าเป็นผู้ร้าย เป็นคนไม่ดีในสายตาของคนเสื้อแดง และ M79

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะลุกฮือขึ้นอีกครั้ง แต่พันธมิตรก็ยังเข็ดกับพวกประชาธิปัตย์และแม่ยกประชาธิปัตย์ พวกเขาจะออกมาสู้โดยไม่ร่วมมือกับประชาธิปัตย์อีก แน่นอนว่าศึกครั้งนี้มีนองเลือด และเป็นเลือดของพันธมิตรแน่นอน เพราะที่ผ่านมา M79 ถูกนำมาใช้เสมอๆ เรียกได้ว่าเป็นอาวุธประจำของกลุ่มคนเสื้อแดง และ รัฐบาลสีแดงมาตลอด ใครก็ตามที่อยู้ตรงข้ามพวกเขา M79 จะไปตกที่นั่น เป็นที่รู้กันครับ แต่น่าแปลกที่ตำรวจมั่วแต่ทำสมาธิ นิ่งเฉย ปล่อยวางมาตลอด

และที่แน่นอนที่สุด คือ “สถาบัน” จะตกอยู่ในอันตรายครั้งใหญ่

2. พรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้ง หรือ ไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่ร่วมกับพรรคการเมืองอื่นๆตั้งรัฐบาล

คนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยไม่ยอมแน่นอน จะต้องตะแบงว่าโกง ต้องหาข้อมาป้ายสีและใส่ผ่านความคิดนี้ลงสู่พวกรากหญ้าขี้ข้า คนเสื้อแดงจะลุกฮือขึ้นมา ความเสื่อมทราม ความรุนแรงจะกลับมาอีกครั้ง พร้อมวาทกรรมที่ได้ถูกโปรแกรมมาอย่างดีจากแกนนำของพวกเขา พันธมิตรก็น่าจะลุกขึ้นมาเช่นกัน ถ้ารัฐบาลนี้ทำอะไรพลาดมากๆ ซึ่งผมว่าคงไม่รอด พวกเขาก็ต้องออกมาเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่มีความสามารถพอที่จะดูแลอะไรได้มากนัก เพราะต้องยอมพรรคเล็กพรรคน้อย เพื่อใหตัวเองยังได้เป็นแกนนำรัฐบาล แต่ไม่มีเงินไปซื้อพรรคเหมือนเสี่ยใหญ่ดูไบหน้าเหลี่ยน ภาพเก่า 2 ปีที่ผ่านมาก็จะกลับมาเล่นใหม่ เหมือนเอา CD แผ่มเดิมมาเปิดดูซ้ำเท่านั้นเอง

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ผมคงไม่วิเคราะห์อะไรมากมาย สิ่งที่เกิดขึ้น 2 ปีกว่านั้นชัดเจนแจ่มแจ้งต่อสายตาประชาชนแล้วแล้ว อยู่ที่ว่าประชาชนไทยนั้น จะสามารถจดและจำเรื่องราวเหล่านั้นได้หรือไม่เท่านั้นเอง  เช่นวิกฤติน้ำมันปาล์ม ทั้งๆที่ประเทศเราส่งออกน้ำมันเป็นอันดับ 3 ของโลก หรือราคาไข่ไก่ที่แพงกว่าในประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งที่ค่าครองชีพเราถูกกว่าเขาตั้งเยอะ นี่ยังไม่รวมเรื่องประสาทเขาพระวิหาร ที่พรรคประชาธิปัตย์มีท่าทียอมยกแผนดินของคนไทย แผ่นดินของพ่อ ให้แก่กัมพูชาโดยดี เป็นท่าทีที่แม้ตอนนี้ก็แก้ไม่ทันแล้วเพราะพวกเขาทำให้เราเห็นจนชินตา

พวกเขา OK กับพวกล้มเจ้า ล้มสถาบัน และการเผาเมือง การที่ผมกล้าพูดแบบนี้เพราะที่ผ่านมา พวกเขาแม้เป็นรัฐบาล แต่ก็ปล่อยปละละเลย แถมยังมีให้เงินก่อนกลับบ้านเสียอีก (นั่นมันเงินภาษีพวกกูนะโว้ย) จนเกิดเป็นตลกร้ายว่าถ้าเราอยากได้เงิน เราควรทำอะไรในประเทศนี้ ก้มหน้าก้มตาทำงานตัวเองให้ดีอย่างที่พ่อสอน หรือ เผาศาลากลาง/เผาห้าง/ปล้มสดม แบบไหนจะดีกว่ากัน

3. VOTE NO จำนวนมาก ทำให้ส.ส.ไม่ครบ

ส่งผลให้เปิดสภาไม่ได้ ต้องมีการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ ในเขตนั้นๆโดยที่คราวนี้ต้องฟังการต่อรองของพรรคการเมืองต่างๆ ก็ถึงทีของประชาชนที่จะชี้นำให้พรรคการเมืองทำ พรรคการเมืองต้องให้สัญญากับประชาชนใ นการแก้ไขปัญหาที่ทุกพรรคไม่พูดถึง หรือพูดแต่ไม่ clear เช่น ปัญหาเขาพระวิหาร ปัญหาคอรัปชั่น ปัญหาช่องว่างทางเศษรฐกิจ รวมไปถึงการ “ปกป้องสถาบัน” ฯลฯ

ในวันนี้มีหลายภาคส่วนออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งฝั่งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แน่นอนว่าคนของพรรคการเมืองออกมาคัดค้านเต็มที่ บางคนก็ออกมาทำทีเป็นนักกฏหมายทั้งๆที่ไม่ใช่ วิเคราะห์กันใหญ่ จึงเกิดการถกเถียงกันไปมาระหว่างนักวิชาการ ในขณะที่เลขา กกต. ก็ออกมาบอกว่ามันไม่มีผล ทั้งๆที่ยังไม่ผ่านมติ (เพื่อช่วยพรรคการเมืองบางพรรค?) บางคนก็ออกมาเป็นนักรบของฝั่งประชาธิปัตย์เลย โอนเอียงจนน่าสะอิดสะเอียด ไม่ต่างจากนักรบเสื่อแดง เพียงแต่เขาใส่เสื้อสีน้ำเงินเท่านั้นเอง

ทั้งหมดนี้คือการพยายามลบล้างความชอบธรรมในการ Vote No อย่างว่าแหละครับ เสียง Vote No จากฟากฝั่งพันธมิตรนั้น ครั้งหนึ่งเคยช่วยประชาธิปัตย์ แต่วันนี้ประชาธิปัตย์กลับตอบแทนพวกเขาด้วยคดีความ ด้วยการเอาพันธมิตรไปรวมกับคนเผาบ้านเผาเมือง อีกทั้งจะยกบ้านยกเมืองให้เพื่อนบ้านเสียอีก แล้วใครเล่าจะยังอยากกอดคอ… และช่วยเหลือ

การ Vote No กลายเป็นกระแสที่ถูกรัฐบาลประชาธิปัตย์ บอยคอต และต่อต้านผ่านสื่ออย่างชัดแจ้ง พร้อมวลีต่างๆที่จะทำให้คนที่คิดจะ Vote No หันมาเลือกตนให้เป็นรัฐบาลอีกสมัยหนึ่ง จึงทำให้มีเพียงบางคนที่ “เข้าใจ” เท่านั้นถึงจะรู้ว่า Vote No เพื่ออะไร และทำอะไรได้ ส่วนคนที่ตามแต่สื่อที่รัฐควบคุม ก็จะเชื่อว่า Vote No คือการเอาสิทธิ์ของคุณไปถ่วงน้ำทิ้งเท่านั้น

—————-

การที่ผมไม่ไปสนใจพรรคเล็กพรรคน้อย ไม่ใช่พวกเขาไม่มีตัวตน แต่เพราะผมเชื่อครับว่าพรรคเหล่านั้นมันก็แห่กันไป หาทางเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเลย ในขณะที่ชูวิทย์ เองแม้เขาจะออกตัวว่าจะเป็นฝ่ายค้าน แต่ผมก็เห็นว่าเขายังไม่มีพลังมากพอจะปกป้องชาติ และ ราชบังลังค์ได้เมื่อต้องต่อกรกับ เพื่อไทย หรือ ประชาธิปัตย์ก็ตาม

อนาคตของประเทศชาติอยู่ในมือคุณครับ เลือกให้ดีๆ คิดก่อนเลือก ระลึกให้ได้ว่าพวกมันทำอะไรเอาไว้บ้าง และเชื่อใจพวกมันได้หรือไม่ ที่มันหาเสียงกันนั้น พวกมันกำลังโกหกหรือไม่ คุณกำลังเชื่อในคำโกหกหรือไม่ อย่าให้เสียงของคุณไปสนับสนุนคนเลว ไปสนับสนุนการเผาบ้านเผาเมือง ไปสนับสนุนการปล่อยปละละเลยปัญหาจนบ้านเมืองถูกเผา ไปสนับสนุนการหมิ่นในหลวง และการปล่อยให้หมิ่นในหลวง… หรือว่าจะไม่เอาใครเลย นี่คือสิ่งที่คุณผู้อ่านทุกคนต้องเลือกครับ

Leave a Comment


NOTE - You can use these HTML tags and attributes:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>